เฉลยปัญหา(ข้อสอบ)
ประโยค ๑ - ๒
วิชาแปลมคธเป็นไทย พ.ศ. ๒๕๑๒
อักษรสีเหลือง - ปัญหา , อักษรสีขาว/ดำ - แปลยกศัพท์ , อักษรสีเขียว - เฉลย
  แปลโดยพยัญชนะ  :  โส  วิเสเสตฺวา...คจฺฉตีติ  อตฺโถ  ( อญฺญตรภิกฺขุวตฺถุ  ภาค ๒ )

โส  "  วิเสเสตฺวา  กมฺมฏฺฐานํ  กถาเปสฺสามิ
โส  ( ภิกฺขุ )  อ. ภิกษุนั้น  ( จินฺเตตฺวา )  คิดแล้วว่า  "  ( อหํ )  อ. เรา  ( สตฺถารํ )  ยังพระศาสดา  กถาเปสฺสามิ  จักให้ตรัสบอก  กมฺมฏฺฐานํ  ซึ่งกัมมัฏฐาน  วิเสเสตฺวา  ให้วิเศษ  อิติ  ดังนี้
อ. ภิกษุนั้น  คิดแล้วว่า  "  อ. เรา  ยังพระศาสดา  จักให้ตรัสบอก  ซึ่งกัมมัฏฐาน  ให้วิเศษ  "  ดังนี้

ตโต  นิกฺขมิตฺวา  สตฺถุ  สนฺติกํ  อาคจฺฉนฺโต  อนฺตรามคฺเค  มหนฺตํ  ทาวัคฺคึ  อุฎฺฐิตํ  ทิสฺวา  เวเคน  เอกํ  มุณฺฑ  ปพฺพต  มตฺถกํ  อภิรุยฺห  นิสินฺโน  อรญฺญํ  ฑยฺหมานํ  อคฺคึ  ทิสฺวา  อารมฺมณํ  คณฺหิ
นิกฺขมิตฺวา  ออกไปแล้ว  ตโต  ( อรญฺญโต )  จากป่านั้น  อาคจฺฉนฺโต  มาอยู่  สนฺติกํ  สู่สำนัก  สตฺถุ  ของพระศาสดา  ทิสฺวา  เห็นแล้ว  ทาวคฺคึ  ซึ่งไฟป่า  มหนฺตํ  อันใหญ่  อุฎฺฐิตํ  อันตั้งขึ้นแล้ว  อนฺตรามคฺเค  ในระหว่างแห่งหนทาง  อภิรุยฺห  ขึ้นเฉพาะแล้ว  มุณฺฑปพฺพตมตฺถกํ  สู่ยอดแห่งภูเขาอันโล้น  เอกํ  ลูกหนึ่ง  เวเคน  โดยเร็ว  นิสินฺโน  นั่งแล้ว  ทิสฺวา  เห็นแล้ว อคฺคึ  ซึ่งไฟ  อรญฺญํ  ฑยฺหมานํ  อันไหม้อยู่  ซึ่งป่า  คณฺหิ  ถือเอาแล้ว  ( ตํ  อคฺคึ )  ซึ่งไฟนั้น  ( กตฺวา )  กระทำ  อารมฺมณํ  ให้เป็นอารมณ์
ออกไปแล้ว  จากป่านั้น  มาอยู่  สู่สำนัก  ของพระศาสดา  เห็นแล้ว  ซึ่งไฟป่า  อันใหญ่  อันตั้งขึ้นแล้ว   ในระหว่างแห่งหนทาง  ขึ้นเฉพาะแล้ว  สู่ยอดแห่งภูเขาอันโล้น  ลูกหนึ่ง  โดยเร็ว  นั่งแล้ว  เห็นแล้ว  ซึ่งไฟ  อันไหม้อยู่  ซึ่งป่า  ถือเอาแล้ว  ซึ่งไฟนั้น  กระทำ  ให้เป็นอารมณ์

"  ยถา  อยํ  อคฺคิ  มหนฺตานิ  จ  ขุทฺทกานิ  จ  อุปาทานานิ  ฑหนฺโต  ว  คจฺฉติ ;
ว่า  " อคฺคิ อ. ไฟ  อยํ  นี้  ฑหนฺโต  ว  คจฺฉติ  ย่อมเผาไปอยู่เทียว    อุปาทานานิ  ซึ่งธรรมชาติอันไฟเข้าไปถือเอา  ( ซึ่งเชื้อ )  ท.  มหนฺตานิ  จ  อันใหญ่ด้วย  ขุทฺทกานิ  จ  อันน้อยด้วย  ยถา  ฉันใด
ว่า  "  อ. ไฟ  นี้  ย่อมเผาไปอยู่เทียว    ซึ่งธรรมชาตอันไฟเข้าไปถือเอา  ( ซึ่งเชื้อ )  ท.  อันใหญ่ด้วย  อันน้อยด้วย  ฉันใด

เอวํ  อริยมคฺคญาณคฺคินาปิ  มหนฺตานิ  จ  ขุทฺทกานิ  จ  สญฺโญชนานิ  ฑหนฺเตน  คนฺตพฺพํ  ภวิสฺสตีติ .
อริยมคฺคญาณคฺคินาปิ  มหนฺตานิ  จ  ขุทฺทกานิ  จ  สญฺโญชนานิ  ฑหนฺเตน  คนฺตพฺพํ  อ. อันแม้อันไฟคืออริยมรรคญาณ  พึงเผาไปอยู่  ซึ่งสังโยชน์  ท.  อันใหญ่ด้วย  อันน้อยด้วย  ภวิสฺสติ  จักมี  เอวํ  ฉันนั้น  อิติ  ดังนี้ ฯ
อ. อันแม้อันไฟคืออริยมรรคญาณ  พึงเผาไปอยู่  ซึ่งสังโยชน์  ท.  อันใหญ่ด้วย  อันน้อยด้วย  จักมี  ฉันนั้น  ดังนี้ ฯ

สตฺถา  คนฺธกุฎิยํ  นิสินฺโน  ว  ตสฺส  จิตฺตวารํ  ญตฺวา
สตฺถา  อ. พระศาสดา นิสินฺโน  ประทับนั่งแล้ว  คนฺธกุฏิยํ  ในพระคันธกุฏี    เทียว  ญตฺวา  ทรงทราบแล้ว  จิตฺตวารํ  ซึ่งวาระแห่งจิต  ตสฺส  ภิกฺขุโน  ของภิกขุนั้น
อ. พระศาสดา  ประทับนั่งแล้ว  ในพระคันธกุฏี  เทียว  ทรงทราบแล้ว  ซึ่งวาระแห่งจิต  ของภิกขุนั้น

"  เอวเมว  ภิกฺขุ  มหนฺตานิปิ  ขุทฺทกานิปิ  อุปาทานานิ  วิย  อิเมสํ  สตฺตานํ  อพฺภนฺตเร  อุปฺปชฺชมานานิ  อณุ ํถูลานิ  สญฺโญชนานิ ,
วตฺวา  ตรัสแล้วว่า  "  ภิกฺขุ  ดูก่อนภิกษุ  เอวํ  เอว  อ. อย่างนี้นั่นเทียว  สญฺโญชนานิ  อ. สังโยชน์ ท.  อณุ ํถูลานิ  ทั้งละเอียดทั้งหยาบ  อุปฺปชฺชมานานิ  อันเกิดขึ้นอยู่  อพฺพนฺตเร  ในภายใน  สตฺตานํ  ของสัตว์ ท.  อิเมสํ  เหล่านี้  อุปาทานานิ  วิย  ราวกะ  อ. ธรรมชาตเป็นเครื่องอันไฟเข้าไปถือเอา  ท.  มหนฺตานิปิ  อันใหญ่บ้าง  ขุทฺทกานิปิ  อันน้อยบ้าง ,
ตรัสแล้วว่า  "  ดูก่อนภิกษุ  อ. อย่างนี้นั่นเทียว  อ. สังโยชน์ ท.  ทั้งละเอียดทั้งหยาบ  อันเกิดขึ้นอยู่  ในภายใน   ของสัตว์ ท. เหล่านี้  ราวกะ  อ. ธรรมชาตเป็นเครื่องอันไฟเข้าไปถือเอา  ท.  อันใหญ่บ้าง  อันน้อยบ้าง ,

ตานิ  ญาณคฺคินา  ฌาเปตฺวา  อภพฺพุปฺปตฺติกานิ  กาตุ ํ  วฏฺฏตีติ
( ปุคฺคเลน )  อ. อันอันบุคคล  ฌาเปตฺวา  เผาแล้ว  ตานิ  ( สญฺโญชนานิ )  ซึ่งสังโยชน์  ท.  เหล่านั้น  ญาณคฺคินา  ด้วยไฟคือญาณ  อภพฺพุปฺปตฺติกานิ  กาตุ ํ  กระทำให้เป็นธรรมชาตไม่ควรเพื่ออันเกิดขึ้น  วฏฺฏติ  ย่อมควร  "  อิติ  ดังนี้
อ. อันอันบุคคล  เผาแล้ว  ซึ่งสังโยชน์  ท.  เหล่านั้น  ด้วยไฟคือญาณ  กระทำให้เป็นธรรมชาตไม่ควรเพื่ออันเกิดขึ้น  ย่อมควร  "  ดังนี้

โอภาสํ  วิสฺสชฺเชตฺวา  ตสฺส  ภิกฺขุโน  อภิมุเข  นิสินฺโน  วิย  ปญฺญายมาโน  อิมํ  คาถมาห
วิสฺสชฺเชตฺวา  ทรงเปล่งแล้ว โอภาสํ  ซึ่งพระรัศมี  ปญฺญายมาโน  ทรงปรากฏอยู่  ตสฺส  ภิกฺขุโน  แก่ภิกษุนั้น  นิสินฺโน  วิย  ราวกะว่าผู้ประทับนั่งแล้ว  อภิมุเข  ในที่มีหน้าเฉพาะ  อาห  ตรัสแล้ว  คาถํ  ซึ่งพระคาถา  อิมํ  นี้ว่า
ทรงเปล่งแล้ว  ซึ่งพระรัศมี  ทรงปรากฏอยู่  แก่ภิกษุนั้น  ราวกะว่าผู้ประทับนั่งแล้ว  ในที่มีหน้าเฉพาะ  ตรัสแล้ว  ซึ่งพระคาถา  นี้ว่า

"  อปฺปมาทรโต  ภิกฺขุ               ปมาเท  ภยทสฺสิ  วา
   สญฺโญชนํ  อณุ ํถูลา               ฑหํ  อคฺคีว  คจฺฉตีติ .

ภิกฺขุ  อ. ภิกษุ  อปฺปมาทรโต  วา  ผู้ยินดีแล้วในความไม่ประมาทหรือ  ปมาเท  ภยทสฺสิ  วา  หรือว่าผู้มีปกติเห็นซึ่งภัย  ในความประมาท  ฑหํ  คจฺฉติ  ย่อมเผาไปอยู่  สญฺโญชนํ  ซึ่งสังโยชน์  อณุ ํถูลา  ทั้งละเอียดทั้งหยาบ  อคฺคิ  อิว  เพียงดัง  อ. ไฟ  ( ฑหํ  คจฺฉนฺโต )  เผาไปอยู่  ( อุปาทานํ )  ซึ่งธรรมชาตเป็นเครื่องอันไฟเข้าไปถือเอา  ( ซึ่งเชื้อ )   ( มหนฺตขุทฺทกํ )  ทั้งใหญ่ทั้งน้อย  "  อิติ  ดังนี้ ฯ
" อ. ภิกษุ  ผู้ยินดีแล้วในความไม่ประมาทหรือ  หรือว่าผู้มีปกติเห็นซึ่งภัย  ในความประมาท  ย่อมเผาไปอยู่  ซึ่งสังโยชน์  ทั้งละเอียดทั้งหยาบ  เพียงดัง  อ. ไฟ  เผาไปอยู่  ซึ่งธรรมชาตเป็นเครื่องอันไฟเข้าไปถือเอา ( ซึ่งเชื้อ ) ทั้งใหญ่ทั้งน้อย  "  ดังนี้ ฯ

ตตฺถ  อปฺปมาทรโตติ :  อปฺปมาเท  รโต  อภิรโต  อปฺปมาเทน  วีตินาเมนฺโตติ  อตฺโถ .
( อตฺโถ )  อ. อรรถว่า  รโต  ผู้ยินดีแล้ว  คือว่า  อภิรโต  ผู้ยินดียิ่งแล้ว  อปฺปมาเท  ในความไม่ประมาท  ( อิติ )  ดังนี้  ตตฺถ  ปเทสุ  ในบท  ท.  เหล่านั้นหนา  ( ปทสฺส )  แห่งบทว่า  อปฺปมาทรโต  "  อปฺปมาทรโต  "  อิติ  ดังนี้ ฯ
อ. อรรถว่า  ผู้ยินดีแล้ว  คือว่า  ผู้ยินดียิ่งแล้ว  ในความไม่ประมาท  ดังนี้  ในบท  ท.  เหล่านั้นหนา  แห่งบทว่า  "  อปฺปมาทรโต  "  ดังนี้ ฯ
( อตฺโถ )  อ. อธิบายว่า  วีตินาเมนฺโต  ผู้ยังกาลให้น้อมล่วงไปวิเศษอยู่  อปฺปมาเทน  ด้วยความไม่ประมาท  อิติ  ดังนี้  (ปณฺฑิเตน )  อันบัณฑิต  ( เวทิตพฺโพ )  พึงทราบ ฯ
อ. อธิบายว่า  "  ผู้ยังกาลให้น้อมล่วงไปวิเศษอยู่  ด้วยความไม่ประมาท  "  ดังนี้  อันบัณฑิต  พึงทราบ ฯ

ปมาเท  ภยทสฺสิ  วาติ :  นิรยุปปตฺติอาทิกํ  ปมาเท  ภยํ  ปสฺสนฺโต ,  ตาสํ  วา  อุปปตฺตีนํ  มูลตฺตา  ปมาทํ  ภยโต  ปสฺสนฺโต .
( อตฺโถ )  อ. อรรถว่า  ปสฺสนฺโต  ผู้เห็นอยู่  ภยํ  ซึ่งภัย  ปมาเท  ในความประมาท  นิรยุปปตฺติอาทิกํ  มีการเข้าถึงซึ่งนรกเป็นต้น  วา  หรือ ,  ตาสํ  อุปปตฺตีนํ  ( ตสฺส  ปมาทสฺส )  มูลตฺตา  ปมาทํ  ภยโต  ปสฺสนฺโต วา  หรือว่า  ผู้เห็นอยู่  ซึ่งความประมาท  โดยความเป็นสภาพอันบุคคลพึงกลัว  เพราะความที่แห่งความประมาทนั้นเป็นมูล   แห่งการเข้าถึง  ท.   เหล่านั้น  ( อิติ )  ดังนี้  ( คาถาปาทสฺส )  แห่งบาทแห่งพระคาถาว่า  ปมาเท  ภยทสฺสิ  วา  "  ปมาเท  ภยทสฺสิ  วา  "  อิติ  ดังนี้ ฯ
อ. อรรถว่า  "  ผู้เห็นอยู่  ซึ่งภัย  ในความประมาท  มีการเข้าถึงซึ่งนรกเป็นต้น  หรือ ,  หรือว่า  ผู้เห็นอยู่  ซึ่งความประมาท  โดยความเป็นสภาพอันบุคคลพึงกลัว  เพราะความที่แห่งความประมาทนั้นเป็นมูล  แห่งการเข้าถึง  ท.  เหล่านั้น  "  ดังนี้  แห่งบาทแห่งพระคาถาว่า  "  ปมาเท  ภยทสฺสิ  วา  "  ดังนี้ ฯ

สญฺโญชนนฺติ :  วฏฺฏทุกฺเขน  สทฺธึ  โยชนํ  พนฺธนํ  วฏฺเฏ  โอสีทาปนสมตฺถํ  ทสวิธํ  สญฺโญชนํ .
( อตฺโถ )  อ. อรรถว่า  ( กิเลสํ )  ซึ่งกิเลส  โยชนํ  อันเป็นเครื่องประกอบ  คือว่า  พนฺธนํ  อันเป็นเครื่องผูกพัน  ( สตฺตานํ )  ซึ่งสัตว์  ท.  สทฺธึ  กับ  วฏฺฏทุกฺเขน  ด้วยทุกข์ในวัฏฏะ  สญฺโญชนํ  ชื่อว่าซึ่งสังโยชน์  ทสวิธํ  อันมีอย่าง ๑๐  ( สตฺตานํ )  โอสีทาปนสมตฺถํ  อันสามารถในการยังสัตว์  ท.  ให้จมลง  วฎฺเฎ  ในวัฏฏะ  ( อิติ )  ดังนี้  ( ปทสฺส )  แห่งบทว่า  สญฺโญชนํ  "  สญฺโญชนํ  " อิติ  ดังนี้  ฯ 
อ. อรรถว่า  "  ซึ่งกิเลส  อันเป็นเครื่องประกอบ  คือว่า  อันเป็นเครื่องผูกพัน  ซึ่งสัตว์  ท.  กับ  ด้วยทุกข์ในวัฏฏะ  ชื่อว่าซึ่งสังโยชน์  อันมีอย่าง สิบ  อันสามารถในการยังสัตว์  ท.  ให้จมลง  ในวัฏฏะ  "  ดังนี้  แห่งบทว่า  " สญฺโญชนํ " ดังนี้  ฯ

อณุ ํถูลนฺติ :  มหนฺตญฺจ  ขุทฺทกญฺจ .
( อตฺโถ )  อ. อรรถว่า  มหนฺตํ  จ  อันใหญ่ด้วย  ขุทฺทกํ  จ  อันน้อยด้วย  ( อิติ )  ดังนี้  ( ปทสฺส )  แห่งบทว่า  อณุ ํถูลํ  "  อณุ ํถูลํ  "  อิติ  ดังนี้ ฯ
อ. อรรถว่า  "  อันใหญ่ด้วย  อันน้อยด้วย  "  ดังนี้  แห่งบทว่า  "  อณุ ํถูลํ  "  ดังนี้ ฯ

ฑหํ  อคฺคีว  คจฺฉตีติ :  ยถา  อยํ  อคฺคิ  ตํ  มหนฺตญฺจ  ขุทฺทกญฺจ  อุปาทานํ  ฑหนฺโต  ว  คจฺฉติ :  เอวเมว  โส  อปฺปมาทรโต  ภิกฺขุ  อปฺปมาทาธิคเตน  ญาณคฺคินา  เอตํ  สญฺโญชนํ  ฑหนฺโต  อภพฺพุปฺปตฺติกํ  กโรนโต  คจฺฉตีติ  อตฺโถ .
( อตฺโถ )  อ. อรรถว่า  อยํ  อคฺคิ  อ. ไฟนี้  ฑหนฺโต  ว  คจฺฉติ  ย่อมเผาไปอยู่เทียว  อุปาทานํ  ซึ่งธรรมชาตอันไฟเข้าไปถือเอา  มหนฺตํ  จ  อันใหญ่ด้วย  ขุทฺทกํ  จ  อันน้อยด้วย  ยถา  ฉันใด  ภิกฺขุ  อ. ภิกฺษุ  อปฺปมาทรโต  ผู้ยินดีแล้วในความไม่ประมาท  โส  นั้น  ฑหนฺโต  เผาอยู่  เอตํ  สญฺโญชนํ  ซึ่งสังโยชน์นั่น  คือว่า  กโรนฺโต  กระทำอยู่  ( เอตํ  สญฺโญชนํ )  ซึ่งสังโยชน์นั่น  อภพฺพุปฺปตฺติกํ  ให้เป็นธรรมชาตไม่ควรเพื่ออันเกิดขึ้น  ญาณคฺคินา  ด้วยไฟคือญาณ  อปฺปมาทาธิคเตน  อันตนถึงทับแล้วด้วยความไม่ประมาท  คจฺฉติ  ย่อมไป  เอวเอวํ  ฉันนั้นนั่นเทียว  อิติ  ดังนี้  ( คาถาปาทสฺส )  แห่งบาทแห่งพระคาถาว่า  ฑหํ  อคฺคีว  คจฺฉติ  "  ฑหํ  อคฺคีว  คจฺฉติ  "  อิติ  ดังนี้ ฯ
อ. อรรถว่า  อ. ไฟนี้  ย่อมเผาไปอยู่เทียว  ซึ่งธรรมชาตอันไฟเข้าไปถือเอา  อันใหญ่ด้วย  อันน้อยด้วย  ฉันใด  อ. ภิกฺษุ  ผู้ยินดีแล้วในความไม่ประมาท  นั้น  เผาอยู่  ซึ่งสังโยชน์นั่น  คือว่า  กระทำอยู่  ซึ่งสังโยชน์นั่น   ให้เป็นธรรมชาตไม่ควรเพื่ออันเกิดขึ้น  ด้วยไฟคือญาณ  อันตนถึงทับแล้วด้วยความไม่ประมาท  ย่อมไป  ฉันนั้นนั่นเทียว  ดังนี้  แห่งบาทแห่งพระคาถาว่า "  ฑหํ  อคฺคีว  คจฺฉติ  "  ดังนี้ ฯ




Free Counters
Free Counters