พร ภิรมย์ ยอดแห่งเจ้าพ่อเพลงแหล่

พร ภิรมย์ ยอดแห่งเจ้าพ่อเพลงแหล่และยังเป็นนักร้องนักแต่งเพลงที่โด่งดังเป็นแบบอย่างกับ
นักร้องลูกทุ่ง รุ่นหลังๆหลายต่อหลายคนนอกจาก ไพบูลย์ บุตรขันแล้ว พร ภิรมย์ เป็นอีกหนึ่ง
ที่แต่งเพลงใช้คำที่วิจิตร และมีความหมายลึกซึ้ง

พร ภิรมย์ ถือเป็นอัจฉริยะความสามารถในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง , แต่งเพลง, เล่นลิเก, พากย์หนัง, แสดงภาพยนตร์, เล่นดนตรีจีน, กลอนสด และทำขวัญนาค

ฝีมือหรือเชิงการประพันธ์นั้น เพลงของ พร ภิรมย์ มีมากมายหลายเพลง ส่วนมากจะเป็นนิทานชาดก บางเรื่องนำมาจากธรรมบท รวมถึงนิยานอิงประวัติศาสตร์อย่างสามก๊ก พร ภิรมย์สามารถแปลงเป็นเพลงแหล่ได้อย่างน่าฟัง

ผลงานของ พร ภิรมย์ที่ร้องเอง แต่งเองมีประมาณ 500 เพลง ได้แก่ ดาวลูกไก่ , บัวตูมบัวบาน, จำใจจาก, น้ำตาลาไทร, เห่ฉิมพลี, วังแม่ลูกอ่อน , ไม้หลักปักเลน เป็นต้น

ชื่อจริง บุญสม มีสมวงษ์ เริ่มต้นเข้าวงการลิเกมาก่อน ต่อมาได้เป็นนักร้องวงจุฬารัตน์ บันทึกแผ่นเสียงเพลงแรก คือ ลานรักลานเท เพลงที่สร้างชื่อเสียงให้รู้จักทั่วประเทศ คือ เพลงบัวตูมบัวบาน

ผลงานเพลงลูกทุ่งของ หลวงพ่อพร ภิรมย์ อันทรงคุณค่ามากมาย เป็นแบบอย่างให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม............
ปัจจุบันจำพรรษาอยู่ที่วัดรัตนชัย หรีอวัดจีน จ.อยุธยา



สุ่มเลือกเพลง
เล่น
ชื่อศิลปิน  พร ภิรมย์
แหล่ประวัติองคุลีมาล
ปุโรหิตตราจารย์
ใต้ดาวโจร
ปัสเสนทิโกศล
ทารกไร้เดียงสา
อหิงสกะกุมาร
ฝืนดวง
ลาแม่
สอนลูก
สู่ตักกะศิลา์
กำนัลครู
มาลัยนิ้วมนุษย์
น้ำตาแม่
ผู้ปราบโจร
ธรรมมานุภาพ
มาลัยกิเลส
องคุลีมาล

ปุโรหิตตราจารย์
ข้าพเจ้าพร ภิรมย์ นิ้วประนมก้มเกศา ขอทานเศษความเมตตา จากบรรดาสาธุชน อ้างบาลีเถระคาถา สดับมา โดยเหตุผล เป็นข้ออ้างอย่างแยบยล ที่ผุดพ้นมัชฌิมนิกาย เรื่องสาวกวิสุทธิสงฆ์ เริ่มจากองค์อรหันต์ทั้งหลาย สังคายนาอย่างแยบคาย ในพระวินัยและพระสุตตัน เป็นแนวทางล้างกิเลส ให้รู้เหตุห้วงมหันต์ สำรอกผิดคิด อาธรรม์ เบียดเบียนกันอย่างอากูล ฟังเรื่องนี้ให้ถนัด ไม่วิบัติแต่ไพบูลย์ องคุลีมาลเป็นเค้ามูล ฟังแล้วได้ ชัยมงคลฯ ในปฐมโพธิกาล ถิ่นไพศาลแคว้นโกศล ยังมีพราหมณ์อยู่หนึ่งคน ใช้นามตนมันตาคู ชาญไตรเพทและเวทางค์ เรื่องโชคลาง ดีร้ายรู้ เป็นนักปราชญ์ราชครู ชั้นปุโรหิตตราจารย์ รู้ลึกซึ้งถึงนักษัตร อย่างแจ้งชัดพูดฉาดฉาน พราหมณ์จึงเป็นที่โปรดปราน แห่งนเรนทร์ปัสเสนทิ คู่ชีวิตภควพราหมณ์ คือเมียงามมันตานิ คุณสมบัติเป็นสิริ คนนับถือทั้งบุรี ถวายงานอรรถศาสตร์ มหาราชสาวัตถี ไม่มีทุกข์เป็นสุขดี ทุกราตรีและทิวาฯ
--------------------------------------------------------------------------------
ใต้ดาวโจร
มันตานีศรีสวัสดิ์ คุณสมบัติสุดพรรณนา มันตาคูผู้ภัสดา สิเนหามันตานี นางถือพรหมสมเป็นพราหมณ์ รู้เรือนสามและน้ำสี่ ความชั่วใดไม่เคยมี สมเป็นศรีภริยา นางตื่นก่อนแต่นอนหลัง ฟังคำสั่งภัสดา จน ท้องไส้ใหญ่ขึ้นมา ยังอุตส่าห์ทำแต่งาน ครบกำหนดทศมาส ลางประหลาดราตรีกาล อัศจรรย์ใดบันดาล เสียงสะท้านสะเทือนเมือง อันศัสตราและอาวุธ โอภาสผุดประกายเรือง แกว่งโกร่งกร่างดังกระเดื่อง ทุกมุมเมืองเหมือนเปลวไฟ พระแสงขรรภ์โตมรราช คลังสินาดเกิดทั่วไป มันตาคูหดหู่ใจ ประหลาดจิตวิกฤตการณ์ จะเกิดความจำเริญรักษ์ หรือเสื่อมศักดิ์อักขฐาน กระทั่งทรัพย์ศฤงคาร บุตรภรรยาท่าชอบกล ภควพราหมณ์มันตาคู ออกประตูดูเบื้องบน เห็นหมู่ดาวพราวสากล แจ่มกระจ่างกลางอัมพร เห็นดาวโจรตระหนกใจ แจ้งชัดในพยากรณ์ ทารกเกิด พร้อมโคจรแห่งดาวโจร ฤกษ์โจโร จักใจดำอำมหิต ประทุษฐจิตติดโมโห จัดเป็นภัยอย่างใหญ่โต โอ้ลูกเราใต้ดาวโจรฯ
--------------------------------------------------------------------------------
ปัสเสนทิโกศล
มันตาคูปุโรหิตคำนวณคิดตำราโหร ความเชี่ยวชาญอย่างโชกโชน ลูกต้องเป็นโจรอย่างแน่ใจ มันตาคูหู่ใจหด เสียดายยศอันยิ่งใหญ่ บุตรของตนควรสืบไป เหตุไฉนมีอันเป็น เหมือนเก็บกรรมไว้เต็มกำ เก็บความช้ำ อย่างมิดเม้น คิดหักใจว่าใช้เวร ก็ไม่วายคลายกังวล ครั้นรุ่งแสงแห่งอุสา ได้เวลาพราหมณ์เตรียมตน เฝ้าจอมราชย์บาทยุคล ปฎิบัติราชการ องค์ปัสเสนทิโกศล ประทับบนราชฐาน ณ บัลลังก์แก้วแกมกาญจน์ กลางหมู่ปราชญ์มาตยา ท่ามกลางเสวกามาตย์ มีพระราชปุจฉา ถึงเรื่องสันทศาสตรา ยามราตรีที่ผ่านไป เป็นลางร้ายหรือลางดี จะเสื่อม ศรีหรือสุกใส จะยุคเข็ญเป็นอย่างไร ทำนายไปตามสัจจา ภควพราหมณ์มันตาคู คุกเข่าคู้เบื้องพัสตรา ว่าข้าแต่ พระราชา ผู้ปกเกล้าชาวบุรินทร์ ไม่เสื่อมศักดิ์อักขฐาน ทรัพย์ศฤงคารไร้ราคิน พระบารมีแห่งปรมินทร์ สาวัตถี มีไพบูลย์ เมียข้าน้อยให้กำเนิด บุตรข้าเกิดสืบตระกูล อาจเป็นผลอกุศลมูล จึงอากูลโดยทั่วกันฯ
--------------------------------------------------------------------------------
ทารกไร้เดียงสา
ทูลพระองค์ให้ทรงรู้ โอ้พระผู้เสวยสวรรค์ อุปสรรคหักกลางคัน บุตรเกล้านั้นจักอัปรีย์ หากเติบใหญ่ไปเบื้องหน้า จักปล้นฆ่าประชาชี สุดหยาบโลนโจรกาลี จักเสื่อมศรีวงศ์ตระกูล อันความคิดข้าพระบาท ควรพิฆาตให้สิ้นสูญ ได้โปรดเกล้าตามเค้ามูล ที่กราบทูลโดยสัจจาฯ องค์ปัสเสนทิโกศลฟังยุบล พราหมณ์อรรถา จึงตอบตามความอัชฌา อันเมตตาและการุณย์ ท่านปุโรหิตตราจารย์ เราขอค้านอย่าเคืองขุ่น ควรเลี้ยงเขาไว้เอาบุญ อย่าคิดฆ่าอย่าคิดเคือง อันทารกไร้เดียงสา เพิ่งเกิดมาไม่รู้เรื่อง ไม่พอหมดไม่พอเปลือง เลี้ยงเขาไว้เถอะอาจารย์ ขืนคิดฆ่าพาเสียหมด เสียถึงบทนิติบาล เราขอร้องโดยต้องการ ฝืนดวงโจรกลับดวงจินต์ โดยอบรมบ่มนิสัย แต่เยาว์วัยให้ถวิล ให้เรียนศาสตร์ให้เรียนศิลป์ จากสมณะพระอาจารย์ กล่อมดวงใจฝืนดวงโจร ย่อมอ่อนโยนดัดสันดาร ให้รู้กรรมธรรมการ ช่วยกันแก้แลกล่อมเกลา ให้รู้บาปให้รู้บุญ โทษและคุณอบรมเขา แม้แต่ลิงคนยังเอา มาฝึกสอนละครลิงฯ
--------------------------------------------------------------------------------
อหิงสกะกุมาร
มันตาคูปุโรหิต ฟังบพิตรเอ่ยอ้างอิง ทรงดำรัสตรัสจริงๆ โดยพระทัยใช้ปรานี โอ้ปัสเสนทิโกศล พระทัยล้นยิ่งวารี ขอบูชาบารมี พระกรุณาบุตราตน รับบรมราโชวาท กราบหลังบาทกลีบอุบล ถอยหลังคลานเป็นมงคล คลายกังวลคลายวุ่นวาย สมถวิลออกจากวัง คิดปลูกฝังเจ้าลูกชาย จะสืบเครือสืบเชื้อสาย ให้บาปคลายหายลำเค็ญ ฝืนดวงโจรอวิชชา ให้หันมาทางดีเด่น ชโลมธรรมให้ฉ่ำเย็น ดังปัสเสนแนะวิธีฯ มันตาคูเข้าชายคา ว่าร่อร่าเดินเร็วรี่ เข้าปลอบขวัญมันตานี ผู้เป็นศรีภริยา เล่าให้ฟังตั้งแต่ต้น จอมโกศลปกเกศา ทรงเมตตากรุณา ทารกลูกผูกไมตรี ไม่พิฆาตคิดเข่นฆ่า กลับสั่งว่าเลี้ยงให้ดี ดวงโจราไม่กาลี ให้ปูพื้น เพื่อฝืนดวง ให้เรียนศิลป์ให้เรียนศาสตร์ ให้ฉลาดจนลุล่วง สิ่งแวดล้อมช่วยน้อมดวง ด้วยธรรมมะ วาทการ แล้วเจิมขวัญมงคลมิ่ง เรียกอหิงสกะกุมาร แปลว่าไม่ใฝ่รุกราน เบียดเบียนใครให้ร้อนรนฯ
--------------------------------------------------------------------------------
ฝืนดวง
ภควพราหมณ์ตั้งนามบุตร โดยพิศุทธิ์เสริมกุศล เดชศรีเด่นเป็นมงคล ยอดเนมิตกนาม มันตาคูมันตานี แก้กาลีให้เสื่อมทราม เพราะสันทัดลัทธิพราหมณ์ วอนพระพรหมและเทวา ให้กลับดวงชะตาร้าย ของ ลูกชายให้กลายมา เป็นดวงดีให้ปรีดา ลดเตโชเป็นวารี ตามวาระภควพราหมณ์ กระทำตามพราหมณ์พิธี นิตยภัตเครื่องบัดพลี ทุกราตรีทุกทิวา วอนพระพรหมอิศวรนารายณ์ พระเพลิงพระพายพระคงคา พระอาทิตย์ พระจันทรา เทพไผททุกพระองค์ ช่วยปกปักรักษาลูก ช่วยฝังปลูกลูกดำรง สกุลพราหมณ์ตามจำนง ช่วยอหิงสกะกุมาร ชะตาร้ายให้กลายดี อย่า ให้มีกาลีพาล ให้เทพเจ้าเกลาสันดาน ตั้งแต่เจ้ายังเยาว์วัย ตั้งแต่นั้นก็ตั้งหน้า เลี้ยงบุตราของตนไป ให้ปรีชาสามารถใน เชิงศึกษาวิชาการ คอยควบคุมให้นุ่มนวล รู้กาลควรหลีกรำคาญ รู้จักกราบรู้จักกราน ต่อบุคคลผู้ทรงคุณ รู้เคารพผู้ใหญ่กว่า รู้เมตตารู้การุณย์ ให้ละบาป ให้อาบบุญ จนพ่อคุณเจริญวัยฯ
--------------------------------------------------------------------------------
ลาแม่
มันตาคูภควพราหมณ์ คอยติดตามทั้งเหนือใต้ เฝ้าอบรมจนสมใจ จนถึงวัยรุ่นกุมาร ควรประจำ ณ สำนัก อัน สมศักดิ์อักขฐาน มันตาคูดูเหตุการณ์ ต้องสำนักตักกสิลา ให้ทิศาปาโมกข์สอน ตามขั้นตอนสรรพวิชา จักได้ดี มีปัญญา อัจฉริยะประกอบธรรม เรียกอหิงสกะมา เตรียมเสื้อผ้าแล้วแนะนำ ให้รู้ตัวแต่หัวค่ำ พรุ่งนี้หนอพ่อจะพา ไปหาครูสู่สำนัก ณ เมืองตักกสิลา เพื่อพากเพียรเรียนวิชา ตามทักษะจะพอใจฯ ฝ่ายอหิงสกะกุมาร ค่อยๆ คลานเข้ากราบไหว้ มันตานีอย่างดีใจ ลูกจะไปตักกสิลา มันตานีใจหายวูบ กอดลูก จูบลูบเกศา น้ำตาคลอหล่อสองตา อนิจจา! ตื้นตันใจ ความรักบุตรสุดจะหวง ตื้นตันทรวงห่วงกว่าใคร ลูกจะ พรากจากแม่ไป สักเมื่อใดจะกลับมา โถยามกินแม่เคยป้อน โอ้ยามนอนแม่ห่มผ้า ดูแลลูกทุกเวลา มิเคยขาด เคยคลาดกัน แม่เคยพาลูกไปไหว้ เทวาลัยทุกๆ วัน ต่อจากนี้ก็เป็นอัน ว่าแม่ไปไหว้คนเดียวฯ
--------------------------------------------------------------------------------
สอนลูก
นางสะอื้นอกอัดอั้น พลันร้องไห้หัวใจเ???่ยว แม่คอยเจ้าข้าวคอยเคียว แม่ต้องเปลี่ยวหัวใจคอย ลูกจงนั่งฟังแม่ กล่าว เพราะถึงคราวแม่ต้องคล้อย ห่วงอายุลูกยังน้อย ไม่เคยไปไกลมารดา ลูกจงจำคำแม่สอน หมั่นสังวร เอาไว้ว่า เมื่อยามอยู่กับครูบา จงยึดมั่นกตัญญู คบเพื่อนดีหนีเพื่อนชั่ว อย่าทำตัวให้อดสู รักษาชื่อเพื่อเชิดชู ญาติประยูรตระกูลตน รักษาสัตย์สงวนสัตย์ อย่าพลาดพลัดเพียงพูดพ้น รักษาตัวกลัวยากจน ต้องอดทนขยันทำ รักอาจารย์ต้องตามใจ เรียนอะไรอย่าล่วงล้ำ รักษาธรรมระวังคำ อย่าพูดนำผิดทำนอง รักคำพูดพูดพอควร ต้อง ถี่ถ้วนเรื่องปากท้อง รักษาเงินรักษาทอง ต้องรู้จ่ายและรู้กิน รักษาญาติสกุลวงศ์ ต้องมั่นคงอย่าราคิน รักษาชาติและแดนดิน อย่าเป็นทาสเอาชาติขาย รักษาบุญจงหลีกบาป อย่าทำหยาบอย่าทำคาย รักความสุขสนุกสบาย ต้องสร้างผลกุศลทาน ยามอาจารย์ท่านใช้สอย อย่าท้อถอยทำให้ท่าน รักศึกษาวิชาการ อย่าเกียจคร้านในการเรียนฯ
--------------------------------------------------------------------------------
สู่ตักกสิลา
มันตานีสอนลูกน้อย แล้วสวมสร้อยมงคลเศียร เจิมรักกิจนิมิตเวียน รอบเกศาบุตราตน ฝ่ายอหิงสกะกุมาร รับ พรท่านอย่างท่วมท้น ปรารถนาปัญญาชน ณ สำนักตักกสิลา กราบเท้าแม่มันตานี สิ้นราตรีเริ่มอุสา ค่อยเดิน ตามพราหมณ์บิดา ภัคควพราหมณ์มันตาคู จากพาราสาวัตถี ผ่านพงพีไกลสุดกู่ อยากได้ดีอยากมีครู แม้ตรากตรำก็จำทน ค่ำตรงไหนนอนตรงนั้น ทนบากบั่นไม่มีบ่น ข้ามลำน้ำข้ามตำบล ข้ามภูเขา ย่างเข้ามาฯ นับได้หนึ่งเดือนเศษๆ ย่างเข้าเขตตักกสิลา อหิงสกะตามบิดา เดินเสาะหาแหล่งอาจารย์ ว่าทิศาปาโมกข์ใด จักยิ่งใหญ่มหาศาล กว่าบรรดาคณาจารย์ ผู้ประสิทธ์วิทยา เพราะตั้งใจให้ชักจูง ในทางสูงการศึกษา สูงด้วย ธรรมจริยา เป็นพิเศษพร้อมเวทมนต์ เพื่ออบรมบ่มนิสัย เอาใจใส่ทางกุศล ช่วยขัดเขลาเกลากมล แห่งอหิงสกะกุมาร เที่ยวเดินดูอยู่ครู่หนึ่ง ก็มาถึงถิ่นสถาน บอกสำนักแห่งอาจารย์ “ภาวนารังสิมันตุ์”
--------------------------------------------------------------------------------
กำนัลครู
อหิงสกะกุมารา ตามบิดามาโดยพลัน ถึงลานหญ้าสถาบัน รังสิมันตุ์ภาวนา ภควพราหมณ์ถามเหล่าศิษย์ ใคร ใกล้ชิดท่านหัวหน้า เมตตาด้วยช่วยนำพา ไปพบหน้าท่านอาจารย์ คนสนิทท่านภาวนา เดินนำหน้าพาขึ้นบ้าน ชี้ห้องโถงตรงอาจารย์ กำลังนั่งบนตั่งทอง มันตาทูผู้รู้กฎ น้อมประณตตามทำนอง ภาวนาจ้องตามอง สองพ่อ ลูกแล้วเจรจา พราหมณ์เอ้ย! มาจากไหน มาทำไม โปรดบอกข้า มันตาทูผู้ปรีชา บอกข้ามาฝากลูกชายฯ ภาวนารังสิมันตุ์ ผู้ลือลั่นเกียรติกำจาย เมื่อฟังคำร่ำภิปราย จากอาคันตุกะวอน ฝากลูกชายหมายวิชา พิ-จารณา ตามขั้นตอน ลักษณะดีแน่นอน เจ้าอหิงสกะกุมาร จึงรับปากจากพราหมณ์พ่อ ถูกตามข้อปฏิสันถาร จะประสิทธิ์วิทยาการ โดยไม่คิดจะปิดบัง ภควพราหมณ์มันตาคู กราบท่านครูอีกหนึ่งครั้ง ล้วงถุงทองมากองยัง หน้าทิศาปาโมกข์พลัน ทองหมดนี้ขอบูชา ท่านภาวนารังสิมันตุ์ ไว้ใช้จ่ายประจำวัน มิใช่ทองของตอบแทนฯ
--------------------------------------------------------------------------------
มาลัยนิ้วมนุษย์
สงสารจริงอหิงสกะ ฆ่าคนดะโฉดสันดาน กาลล่วงมาเวลานาน นิ้วคนเน่าเอาทิ้งไป สุดจะยั้งสังขยา เริ่มเดินป่าฆ่าคนใหม่ ตัดนิ้วร้อยเป็นมาลัย คล้องคอไว้ได้เกือบพัน มหาชนทุกคนเกรง ในความเก่งกาจฉกรรจ์ ถูกขนานนามสำคัญ ว่า “โจรองคุลีมาล” มีสำเนียงสิงหนาท ทั้งร้ายกาจทั้งอาจหาญ มหาชนกลัวลนลาน องคุลีมาลดังกระดอน ต่างขนพองสยองเกล้า ข่างลือเข้าถึงนคร ราชบุรุษสุดต่อกร เพราะร้ายกาจดั่งพระกาฬ คล้องมาลัยนิ้วมนุษย์ ราชบุรุษสุดต่อต้าน ต่างกลัวองคุลีมาล พากันเข้าเฝ้าราชาฯ ทูลปัสเสนทิโกศล ขอยกพลในโยธา จับโจรองคุลีมาลมา ตัดศีรษะเสียบประจาน พระเจ้ากรุงสาวัตถี สดับคดี วิปฏิสาร ไฉนองคุลีมาล จึงกลั่นกล้าน่าคร้ามกลัว มีพระราชบัญชา เตรียมโยธาให้ถ้วนทั่ว ยามราตรีจงเตรียมตัว ไปตัดหัวองคุลีมาล มันตาคูภควพราหมณ์ สดับความตามโองการ ว่าสั่งเตรียมโยธาหาญ ออกจับโจรก็ตกใจ องคุลีมาลนี้ต้องจะ-คืออหิงสกะ ไม่ใช่ใคร พราหมณ์หวั่นหวาดราชภัย กำลังใกล้ลูกเข้ามาฯ
--------------------------------------------------------------------------------
น้ำตาแม่
ฝ่ายนางพราหมณ์มันตานี ผู้เป็นศรีภริยา เห็นพราหมณ์ผู้ภัสดา ไยกลับมาแต่หัววัน ซ้ำกอดเข่าเล่าความทุกข์ ถึงชื่อลูกอันลือลั่น ว่าโจรองคุ-ลีมาลนั้น คืออหิงสกะกุมาร จากสำนักตักกสิลา ศิษย์อิจฉายุอาจารย์ ลูกสมควรด่วนกลับบ้าน ไม่ควรจะไปเป็นโจร สุดฝืนดวงของลูกได้ ดวงพาไปอย่างโลดโผน กฎแห่งกรรมนำลูกโยน ลงหลุมบาปปิดทางบุญ มันตานีของพี่เอ๋ย อย่าช้าเลยโปรดการุณย์ ไปบอกลูกเถอะแม่คุณ ให้ลูกหนีราชภัย องค์ปัสเสนทิโกศล สั่งเตรียมพลเพื่อนำไพร่ สะพรั่งพร้อมไปล้อมไพร ในเวลายามราตรีฯ มันตานีฟังคำผัว ห่วงลูกตัวจะเป็นผี ตัดใจพลันมันตานี ออกจากบ้านผ่านป่าดง อันใจแม่ห่วงแต่ลูก เกรงจะถูกฆ่าตายลง อหิงสกะจะปลดปลง ก่อนได้พบประสบกัน นางวิ่งพลางร้องไห้พลาง น้ำตาพร่างสุดรำพัน ร่ำสัพเพวอนเทวัญ จงโปรดด้วยช่วยชักนำ หากลูกตายแม่ตายด้วย เทพโปรดช่วยอุปถัมภ์ โอ้ลูกแม่มีแต่กรรม นางเพ้อพร่ำมากลางไพรฯ
--------------------------------------------------------------------------------
ผู้ปราบโจร
......... พระสุริโยปัจจุสมัย พระพุทธองค์ทรงทราบใน พระอาวัจฉนาการ วาสนาแห่งโจรร้าย เข้าติดข่ายกระแสฌาน และอนาคตังสญาน มันตานีจะมีภัย นางอาจถูกลูกประหาร องคุลีมาลจำไม่ได้ ขืนนิ่งเฉยละเลยไป เกิด อนันตริยกรรม จำจะช่วยให้หลุดพ้น เพื่อมรรคผลกุศลธรรม ตถาคตจะแนะนำ ให้โจรองคุลีมาล ได้เลิกละ ความโหดร้าย ให้เขาได้กลับสันดาน ให้สมพุทธปณิธาน เลิกล้างผลาญเป็นโจรไพร เสด็จพุทธดำเนินพลัน จากเชตวัน วิหารไป สู่วิถีที่พระทัย ทรงเมตตาและการุณย์ฯ กล่าวถึงองคุลีมาล ออกล้างผลาญคนเป็นจุล โมหะจิตปิดทางบุญ หมายนิ้วคนให้ครบพัน เพิ่งเก้าร้อยเก้าสิบเก้า ต้องการเอาให้ครบครัน อีกเพียงหนึ่งนิ้วเท่านั้น ครบสหัสดัชนี ซุ่มละเมาะเลาะชำเลือง เห็นเหลืองๆ ชายคีรี ร้องอุทานโดยทันที เราโชคดีเต็มประดา ขยับดาบออกวิ่งดัก แต่ไม่ยักทันเวลา บรรพชิตเดินช้าๆ แต่ออกหน้าได้อย่างไร โจรวิ่งตามจนเหงื่อแตก แต่น่าแปลกไม่ทันได้ พยายามตามเท่าใด แทบขาดใจตามไม่ทันฯ
--------------------------------------------------------------------------------
ธรรมานุภาพ
โจรวิ่งไล่แต่ไร้ผล พระทศพลดำเนินพลัน ด้วยพุทธจริยาอัน ปกติมิอาวรณ์ โจรคอแห้งหมดแรงโจร ร้องตะโกนว่าหยุดก่อน ท่านไม่ควรจะด่วนจร จงหยุดก่อนสมณะ พระบรมศาสดารับสั่งว่าดูกร องคุลิมาลผู้โมหะ เรานี้หยุด ท่านสิยัง องคุลีมาลตอบวาจา ท่านมุสาในวาทัง เราหยุดวิ่ง ท่านบอกยัง โอ้สมณะ ละสัจจา พระพุทธองค์ทรงประทับ รับสั่งกับจอมโจรา เราหยุดแล้วหมายความว่า เราหยุดฆ่า หยุดเบียดเบียน ประตูบาปทาบสนิท ทุจริตสิ้นเกษียณ ชั่วต่างๆ เราถางเตียน ด้วยเมตตาและขันตี ตั้งสาราณิยธรรม หยุดก่อกรรมทำบัดสี แม้จะถึงซึ่งชีวี เราย่อมถึงซึ่งนิพพาน อันว่าชาติ มรณะ พยาธิอันกันดาร หยุดเวียนว่ายในสงสาร แต่ตัวท่านจะว่าไร ท่านทำชั่วอย่างหยาบช้า พิฆาตฆ่าไม่ว่าใคร ถ้าถึงกาล ท่านสิ้นใจ ท่านต้องตกนรกานต์ เป็นพวกเปรต อสุรกาย และบั้นปลายเดียรัจฉาน เสวยทุกขเวทนาการ บาปบันดาลบังความดี ลำดับนั้นองคุลีมาล เริ่มวิจารณ์ ในวจี พุทธฎีกา อันปราณี ดั่งวารีราดชโลม
--------------------------------------------------------------------------------
มาลัยกิเลส
องคุลีมาลได้ฟังคำ เหมือนยามค่ำได้แสงโคม เมฆขยายคลายโพยม ฟ้าสว่างกระจ่างใจ สมณะพระรูปนี้ แนะวิถีวิสาไถ ถอยมานะละอายใจ ในบาปกรรมที่ทำมา แม้ชื่อจริงอหิงสกะ สมณะยังเรียกข้า ช่างน่าเทิด เกิดศรัทธา ทิ้งศาสตราโดยทันที ถอดมาลัยแห่งกิเลส แสนทุเรศ สุดกาลี เราหลงผูกกระดูกผี เพราะโมหะ อวิชชา อยากได้เวทวิษณุมนตร์ หากำนลโดยปล้นฆ่า เดชะบุญบันดาลมา ได้พบพระละนิวรณ์ พระองค์นี้เป็นใครเล่า จึงพูดเอาเราใจอ่อน มธุรสพจน์สุนทร ล้วนเหตุผลต้นและปลาย องคุลีมาลก้มกรานกราบ น้ำตาอาบทั้งขวาซ้าย คิดผิถอยค่อยสบาย หายวุ่นวายคลายกังวล ดุจพฤกษาคราวสันต์ ชุ่มชื่นพลันด้วยสายฝน มัจฉาชาติขาดสายชล ได้น้ำฝนก็ดาลใจ เหมือนเข้าถ้ำคลำหาทาง แสงสว่างหามีไม่ พระคุณเจ้าเอาดวงไฟ แห่งพระธรรมมานำทาง ประทีปธรรมนำสู่ทิศ กระแสจิตแจ่มกระจ่าง แต่นี้ไปไม่อำพราง ขอละวาง เปลื้องโลกีย์
--------------------------------------------------------------------------------
องคุลีมาล
อหิงสกะเข้าน้อมกาย เพื่อถวายอัญชลี ณ เบื้องบาทพระชินสีห์ โยนิโสมนสิการ ถวายตัวขอตามติด บรรพชิต ผู้เชี่ยวชาญ ขอระงับดับสันดาน ไม่อาฆาตคิดฆ่าใคร ขอพึ่งบุญพระคุณเจ้า ช่วยรับเอาตัวข้าไว้ ได้บวชเรียนเพียรทำใจ ติดโมหะอวิชชา ขอตัดโลภตัวโลภะ ตัดโทสะตัวโทสา ผ่อนบาปกรรมที่ทำมา อย่างชั่วช้าสารยำ บวชแทนคุณพ่อและแม่ ขอเพียงแต่ท่านแนะนำ ขอสถิตใต้พระธรรม กว่าจะถึงซึ่งนิพพาน พระพุทธองค์ทรงสาธกโดยหยิบยกสาวกขยาน เมตตาองคุลีมาล ศรัทธาขอบรรพชา พระพุทธองค์ทรงบรรจุ เอหิภิกขุอุปสัมปทา แล้วพระองค์ก็ทรงพา ภิกษุองคุลีมาล ออกจากแคว้นแดนอรัญ สู่เชตวันมหาวิหาร ทรง พิชิตองคุลีมาล ปานประหนึ่งคล้องคชา ไม่ใช้บ่วงลวงหลุมพราง กลับได้ช้างเชือกใหม่มา โดยกระแสพระเมตตา โอวาทานุศาสนี ชัยมงคลอุดมเดช ธรรมวิเศษพระชินสีห์ ดั่งพรรณนามาจงมี แด่พุทธศาสนิกชน ท่านผู้ฟังจงรับไว้ ตามวิสัยใฝ่กุศล จบความในชัยมงคล ลาผู้ฟังเอวังเอยฯ
สถิติการเข้าชม