เฉลยปัญหา(ข้อสอบ)
ประโยค ๑ - ๒
วิชาบาลีไวยากรณ์ พ.ศ. ๒๕๓๕
อักษรสีเหลือง - ปัญหา , อักษรสีขาว - เฉลย
สอบวันที่  ๒๙  กุมภาพันธ์  ๒๕๓๕

๑.   จงเติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง  ต่อไปนี้
          ก.  คำว่า  อักขระ ๆ  นั้น  ว่าตามที่นักปราชญ์ท่านประสงค์  ก็เป็น  ๒  อย่าง  คือ.....................ฯ
          ข.  อักขระที่เหลือจากสระนั้น.................ตัว  มี...........ชื่อว่า........................................ฯ
๒.   การต่ออักขระด้วยอักขระนั้น  จัดเป็นกี่อย่าง  คืออะไรบ้าง  ฯ  ปโรสหสฺสํ,  อิจฺเจวํ,  ยถายิทํ
      เป็นสนธิอะไร  ตัดต่ออย่างไร  ฯ
๓.   คำว่า  นาม,  นามนาม,  ลิงค์,  วจนะ,  วิภัตติ  คืออะไร  มีอย่างละเท่าไร  อะไรบ้าง  ฯ
๔.   กิริยาอาขยาต  นั้น  ท่านแบ่งกาลที่เป็นประธานได้กี่อย่าง  คืออะไรบ้าง  และแบ่งกาลให้ละเอียด
      ออกอีกอย่างละเท่าไร  คืออะไรบ้าง  ฯ
๕.   สาธนะ  คืออะไร  มีเท่าไร  อะไรบ้าง  ฯ  สาวโก,  สุภโร  ลงปัจจัยอะไร  เป็นรูปและสาธนะ
      อะไร  จงเขียนรูปวิเคราะห์มาดู  ฯ
๖.   ตัปปุริสสมาส  กับ  กัมมธารยสมาส  ต่างกันอย่างไร  ฯ  นิทฺทรถํ,  ธมฺมจกฺกํ,  สราชิกา (ปริสา)
      เป็นสมาสอะไร  จงเขียนรูปวิเคราะห์มาดู  ฯ
๗.   ในปูรณตัทธิต  มีปัจจัยกี่ตัว  คืออะไรบ้าง  ฯ  สากฺยปุตฺติโก,  โทวาริโก,  ชนตา  ลงปัจจัยอะไร
      ในตัทธิตไหน  จงเขียนรูปวิเคราะห์พร้อมทั้งเขียนคำแปลมาดูด้วย  ฯ

ให้เวลา ๓ ชั่วโมง




Free Counters
Free Counters
 
 
เฉลยปัญหา  ( ข้อสอบ )  บาลีไวยากรณ์
ประจำปี  ๒๕๓๕

๑.   จงเติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง  ต่อไปนี้
          ก.  คำว่า  อักขระ ๆ  นั้น  ว่าตามที่นักปราชญ์ท่านประสงค์  ก็เป็น  ๒  อย่าง  คือ
              เป็นเสียงอย่าง  ๑  เป็นตัวหนังสืออย่าง  ๑  ฯ
          ข.  อักขระที่เหลือจากสระนั้น  ๓๓  ตัว  มี  ก  เป็นต้น  มีนิคคหิต  เป็นที่สุด
              ชื่อว่า  พยัญชนะ  ฯ

๒.   การต่ออักขระด้วยอักขระนั้น  จัดเป็น  ๓  ตามความที่เป็นประธานก่อน คือ  สระสนธิ  ต่อสระ ๑
      พยัญชนะสนธิ  ต่อพยัญชนะ ๑    นิคคหิตสนธิ  ต่อนิคคหิต ๑  ฯ
          ปโรสหสฺสํ  เป็น  อาคมสนธิ  ตัดเป็น  ปร - สหสฺสํ  ลบ  อ  ที่สุดแห่ง  ปร  ศัพท์  แล้วลง
                                โอ  อาคม  ต่อเป็น  ปโรสหสฺสํ
          อิจฺเจวํ    เป็น  อาเทสพยัญชนะสนธิ  ตัดเป็น  อิติ - เอวํ  สระอยู่หลัง  แปลง  ติ  ที่ท่าน
                              ทำเป็น  ตฺย  แล้วให้เป็น  จฺจ  ต่อเป็น  อิจฺเจวํ
          ยถายิทํ    เป็น  อาคมพยัญชนะสนธิ  ตัดเป็น  ยถา - อิทํ  สระอยู่เบื้องหลัง  ลง  ย  อาคม
                             ต่อเป็น  ยถายิทํ  ฯ

๓.   นาม        คือ ชื่อ  แบ่งเป็น  ๓  อย่าง  คือ  นามนาม ๑  คุณนาม ๑  สัพพนาม ๑
     นามนาม  คือ ชื่อของ  คน  สัตว์  ที่  สิ่งของ  มี  ๒  อย่างคือ  สาธารณนาม ๑  อสาธารณนาม ๑
     ลิงค์       คือ  เพศ  มี  ๓  อย่าง  คือ  ปุ ํลิงคํ  เพศชาย ๑  อิตฺถีลิงคํ  เพศหญิง ๑  นปุ ํสกลิงคํ
                  มิใช่เพศชาย  มิใช่เพศหญิง ๑
     วจนะ    คือ  คำพูด  มี  ๒  อย่าง  คือ  เอกวจนํ  คำพูดสำหรับออกชื่อของสิ่งเดียว ๑
                                                 พหูวจนํ   คำพูดสำหรับออกชื่อของมากกว่าสิ่งเดียว ๑
    วิภัตติ    คือ  การจำแนก  หรือ  แจก  มี  ๑๔  ตัว  แบ่งเป็น  เอกวจนะ  ๗,  พหูวจนะ  ๗  คือ
                                                           เอกวจนะ               พหูวจนะ
                              ปฐมา    ที่ ๑                  สิ                         โย
                              ทุติยา    ที่ ๒                 อํ                         โย
                              ตติยา    ที่ ๓                 นา                         หิ
                              จตุตฺถี   ที่ ๔                 ส                          นํ
                              ปญฺจมี  ที่ ๕                สฺมา                        หิ
                              ฉฎฺฐี    ที่ ๖                  ส                          นํ
                              สตฺตมี  ที่ ๗                สฺมึ                         สุ

๔.   กิริยาอาขยาต  นั้น  ท่านแบ่งกาลที่เป็นประธานได้  ๓  อย่าง  คือ  กาลที่เกิดขึ้นจำเพาะหน้า
      เรียกว่าปัจจุบันกาล ๑   กาลล่วงแล้วเรียกว่าอดีตกาล ๑   กาลยังมาไม่ถึงเรียกว่าอนาคตกาล ๑
      และแบ่งกาลให้ละเอียด  ดังนี้คือ
          ปัจจุบันกาล  จัดเป็น  ๓  คือ  ปัจจุบันแท้ ๑  ปัจจุบันใกล้อดีต ๑  ปัจจุบันใกล้อนาคต ๑  ฯ
          อดีตกาล  จัดเป็น  ๓  คือ  ล่วงแล้วไม่มีกำหนด ๑  ล่วงแล้ววานนี้ ๑  ล่วงแล้ววันนี้ ๑  ฯ
          อนาคตกาล  จัดเป็น  ๒  คือ  อนาคตของปัจจุบัน ๑  อนาคตของอดีต ๑  ฯ

๕.   สาธนะ  คือ  ศัพท์ที่ท่านให้สำเร็จมาแต่รูปวิเคราะห์  มี  ๗  คือ  กัตตุสาธนะ ๑  กัมมสาธนะ ๑
                ภาวสาธนะ ๑  กรณสาธนะ ๑  สัมปทานสาธนะ ๑  อปทานสาธนะ ๑  อธิกรณสาธนะ ๑
      สาวโก  ลง ณฺวุ  ปัจจัย  เป็นกัตตุรูป  กัตตุสาธนะ  รูปวิเคราะห์ว่า  สุณาตี-ติ  สาวโก  ฯ
      สุภโร  ลง  ข  ปัจจัย  เป็นกัมมรูป  กัมมสาธนะ  รูปวิเคราะห์ว่า  สุเขน  ภริยตี-ติ  สุภโร  ฯ

๖.   ตัปปุริสสมาส  กับ  กัมมธารยสมาส  ต่างกันอย่างนี้  คือ  นามศัพท์มี  อํ  วิภัตติเป็นต้น ในที่สุด
     ท่านย่อเข้าด้วยบทเบื้องปลาย  ชื่อ  ตัปปุริสมาส,     นามศัพท์  ๒ บท  มีวิภัตติและวจนะ  เป็น
     อย่างเดียวกัน  บทหนึ่งเป็นประธาน  คือ  เป็นนามนาม  บทหนึ่งเป็นวิเสสนะ  คือเป็นคุณนาม หรือ
     เป็นคุณนามทั้ง  ๒  บท  มีบทอื่นเป็นประธาน  ที่ท่านย่อเข้าเป็นบทเดียวกัน  ชื่อ  กัมมธารยสมาส
          นิทฺทรถํ  เป็น  อัพยยีภาวสมาส  มีอุปสัคอยู่หน้า  (อุปสัคคปุพพกะ)  รูปวิเคราะห์ว่า
                           ทรถสฺส  อภาโว  นิทฺทรถํ  ฯ
          ธมฺมจกฺกํ  เป็น  กัมมธารยสมาส  อวธารณบุพพบท  รูปวิเคราะห์ว่า
                           ธมฺโม  เอว  จกฺกํ - ธมฺมจกฺกํ  ฯ
          สราชิกา (ปริสา)  เป็น  สหบุพพบท  พหุพพิหิสมาส  รูปวิเคราะห์ว่า
                           สห  รญฺญา  ยา  วตฺตตี - ติ  สราชิกา  ปริสา  ฯ

๗.   ในปูรณตัทธิต  มีปัจจัย  ๕  ตัว  คือ  ติย,  ถ,  ฐ,  ม,  อี  ฯ
      สากฺยปุตฺติโก  ลง  ณิก  ปัจจัย  ใน  โคตตตัทธิต  รูปวิเคราะห์ว่า
          สกฺยปุตฺตสฺส  อปจฺจํ  สากฺยปุตฺติโก  แปลว่า  เหล่ากอแห่งบุตรแห่งสักยะ  ชื่อ  สากยปุตติกะ
      โทวาริโก   ลง  ณิก  ปัจจัย  ใน  ตรัตยาทิตัทธิต  รูปวิเคราะห์ว่า  ทฺวาเร  นิยุตฺโต  โทวาริโก 
          แปลว่า  (ชน)  ประกอบในประตู  ชื่อ  โทวาริกะ  (ผู้ประกอบในประตู)
      ชนตา  ลง  ตา  ปัจจัย  ใน  สมุหตัทธิต  รูปวิเคราะห์ว่า  ชนานํ  สมุโห  ชนตา
          แปลว่า  ประชุม  แห่งชน ท.  ชื่อ  ชนตา  (ประชุมแห่งชน)  ฯ