เฉลยปัญหา(ข้อสอบ)
ประโยค ๑ - ๒
วิชาบาลีไวยากรณ์ พ.ศ. ๒๕๓๖
อักษรสีเหลือง - ปัญหา , อักษรสีขาว - เฉลย
สอบวันที่  ๑๗  กุมภาพันธ์  ๒๕๓๖

๑.   สระในภาษาบาลีจัดเป็นคู่ได้เท่าไร  อะไรบ้าง  สระไหนจัดเป็นสังยุตตสระ  เพราะเหตุไร
     จึงเรียกชื่ออย่างนั้น  ฯ
๒.   พยัญชนะอาคมมีเท่าไร  อะไรบ้าง  ในที่เช่นไรจึงลงอาคมได้  จงยกตัวอย่างมาดู  ฯ
๓.   ศัพท์เช่นไร เรียกว่า  อัพยยศัพท์  และใช้อย่างไร  ฯ จงแจก  ราช  ศัพท์ด้วยวิภัตติทั้ง  ๗  มาดู  ฯ
๔.   วิภัตติอาขยาต  จัดเป็นกี่หมวด  วิภัตตินั้น ๆ  บอกกาลอะไร  ท่านบัญญัติให้แปลว่าอย่างไร  ฯ
      จงเขียนวิภัตติหมวด  กาลาติปัตติ  มาดู  ฯ
๕.   รูปวิเคราะห์ข้างท้ายนี้  เป็นรูป  สาธนะ  ปัจจัยอะไร  และแปลว่าอย่างไร  คือ
          ก.  ธมฺมํ  วทติ  สีเลนาติ  ธมฺมวาที  ฯ
          ข.  อาวสนฺติ  เอตฺถาติ  อาวาโส  ฯ
          ค.  สุเขน  ภริยตีติ  สุภโร  ฯ
๖.   สมาสในภาษาบาลีมีกี่อย่าง  คืออะไรบ้าง  ฯ  ศัพท์ต่อไปนี้คือ  อสโม,  ธมฺมจกฺกํ,  นิทฺทรถํ
      เป็นสมาสอะไร  และมีรูปวิเคราะห์อย่างไร  ฯ
๗.   ตทัสสัตถิตัทธิต  มีปัจจัยกี่ตัว  คืออะไรบ้าง  ฯ  รูปวิเคราะห์ข้างท้ายนี้  เป็น  ตัทธิตอะไร
      ลงปัจจัยอะไร  และแปลว่าอย่างไร  คือ
          ๑.  ทฺวาเร  นิยุตฺโต  โทวาริโก  ฯ
          ๒.  อภิชฺฌา  อสฺส  ปกติ  อภิชฺฌาลุ  ฯ
          ๓.  มธุ  อสฺส  อตฺถีติ  มธุโร  ฯ

ให้เวลา ๓ ชั่วโมง




Free Counters
Free Counters
 
 
เฉลยปัญหา  ( ข้อสอบ )  บาลีไวยากรณ์
ประจำปี  ๒๕๓๖

๑.   สระในภาษาบาลีจัดเป็นคู่ได้  ๓  คู่  คือ  อ  อา  เรียกว่า  อวณฺโณ,  อิ  อี  เรียกว่า  อิวณฺโณ
     อุ  อู  เรียกว่า  อุวณฺโณ  ฯ  เอ  โอ  ๒  ตัวนี้เป็น  สังยุตตสระ  เพราะประกอบเสียงสระ  ๒ 
     ตัวเป็นเสียงเดียวกัน  ฯ

๒.   พยัญชนะอาคมมี  ๘  ตัว  คือ  ย  ว  ม  ท  น  ต  ร  ฬ  ถ้าสระอยู่เบื้องหลัง  ลงอาคมได้
          ตัวอย่างเช่น          ลง  ย  อาคม     ยถา - อิทํ     เป็น  ยถายิทํ
                                  ลง  ว  อาคม     อุ - ทิกฺขติ     เป็น  วุทิกฺขติ     เป็นต้น   ฯ

๓.   ศัพท์จำพวกหนึ่ง  จะแจกด้วยวิภัตติทั้ง  ๗  แปลงรูปไปต่าง  ๆ  เหมือนนามทั้ง  ๓  ไม่ได้
     คงรูปอยู่อย่างเดียว  ศัพท์เหล่านี้เรียกว่า  อัพยยศัพท์ ๆ  เป็น  อุปสัคบ้าง  นิบาตบ้าง  ปัจจัยบ้าง ฯ
          อุปสัค  สำหรับใช้นำหน้านามและกิริยา  ให้วิเศษขึ้น  เมื่อนำหน้านามมีอาการคล้าย  คุณศัพท์
                    เมื่อนำหน้ากิริยามีอาการคล้าย  กิริยาวิเสสนะ
          นิบาต   สำหรับลงในระหว่างนามศัพท์บ้าง  กิริยาศัพท์บ้าง  บอก  อาลปนะ  กาล  ที่  ปริเฉท
                   อุปไมย  ปฏิเสธ  ความได้ยินเล่าลือ  ความปริกัป  ความถาม  ความรับ  ความเตือน
         ปัจจัย   สำหรับลงท้ายนามศัพท์  เป็นเครื่องหมายวิภัตติบ้าง
                            ลงท้ายธาตุ  เป็นเครื่องหมายกิริยาบ้าง   ฯ
      ได้แจก  ราช  ศัพท์ด้วยวิภัตติทั้ง  ๗  ดังนี้  คือ  ราช  ศัพท์  เป็น  ทฺวิลิงค์  แจกอย่างนี้
                                             เอก                        พหุ
                        ป.                  ราชา                     ราชาโน
                        ทุ.                  ราชานํ                   ราชาโน
                        ต.                  รญฺญา                   ราชูหิ    ราชูภิ
                        จ.                  รญฺโญ  ราชิโน          รญฺญํ    ราชูนํ
                       ปญ.                รญฺญา                   ราชูหิ    ราชูภิ
                        ฉ.                  รญฺโญ  ราชิโน          รญฺญํ    ราชูนํ
                        ส.                  รญฺเญ  ราชินิ           ราชูสุ
                       อา.                  ราช                     ราชาโน

๔.   วิภัตติอาขยาต  จัดเป็น  ๘  หมวด  คือ
          ๑.  วิภัตติหมวด วตฺตมานา  บอกปัจจุบันกาล  ปัจจุบันแท้ แปลว่า   อยู่   ปัจจุบันใกล้อดีต
                                             แปลว่า   ย่อม   ปัจจุบันใกล้อนาคต แปลว่า   จะ
          ๒.  วิภัตติหมวด ปญฺจมี  บอกความบังคับ แปลว่า   จง   บอกความหวัง แปลว่า   เถิด
                                            บอกความอ้อนวอน แปลว่า   ขอ-จง
          ๓.  วิภัตติหมวด  สตฺตมี  บอกความยอมตาม แปลว่า   ควร   บอกความกำหนด แปลว่า
                                            พึง   บอกความรำพึง แปลว่า   พึง
          ๔.  วิภัตติหมวด  ปโรกฺขา  บอกอดีตกาล  ล่วงแล้วไม่มีกำหนด แปลว่า  แล้ว
          ๕.  วิภัตติหมวด  หิยตฺตนี  บอกอดีตกาล  ล่วงแล้วตั้งแต่วานนี้ แปลว่า  แล้ว
                                           ถ้ามี  อ  อยู่หน้า แปลว่า  ได้-แล้ว
          ๖.  วิภัตติหมวด  อชฺชตฺตนี  บอกอดีตกาล  ล่วงแล้วตั้งแต่วันนี้ แปลว่า  แล้ว
                                          ถ้ามี  อ  อยู่หน้า แปลว่า  ได้-แล้ว
          ๗.  วิภัตติหมวด  ภวิสฺสนฺติ  บอกอนาคตกาลแห่งปัจจุบัน แปลว่า  จัก
          ๘.  วิภัตติหมวด  กาลาติปตฺติ  บอกอนาคตกาลแห่งอดีต แปลว่า  จัก-แล้ว
                                         ถ้ามี  อ  อยู่หน้า แปลว่า  จักได้-แล้ว
                                               วิภัตติหมวด  กาลาติปัตติ  คือ
                                                 ปรัสสบท                        อัตตโนบท
                                            เอก        พหุ                    เอก          พหุ
                    ประถมบุรุษ         สฺสา      สฺสํสุ                   สฺสถ       สฺสึสุ
                    มัธยมบุรุษ          สฺเส       สฺสถ                   สฺสเส      สฺสวเห
                    อุตตมบุรุษ         สฺสํ        สฺสามหา               สฺสํ         สฺสามฺหเส

๕.   รูปวิเคราะห์ข้างท้ายนี้  เป็นรูป  สาธนะ  ปัจจัย  และแปลว่า  ดังนี้  คือ
          ก.  ธมฺมํ  วทติ  สีเลนาติ  ธมฺมวาที  ฯ  เป็น  กัตตุรูป  กัตตุสาธนะ  ลงในอรรถแห่งตัสสีละ
              ลง  ณี  ปัจจัย  แปลว่า  (ผู้ใด) กล่าวซึ่งธรรมโดยปกติ  เหตุนั้น  (ผู้นั้น)  ชื่อว่า
              ผู้กล่าวซึ่งธรรมโดยปกติ
          ข.  อาวสนฺติ  เอตฺถาติ  อาวาโส  ฯ  เป็น  กัตตุรูป  อธิกรณสาธนะ  ลง  ณ  ปัจจัย  แปลว่า
              (ภิกษุ ท.)  ย่อมอาศัยอยู่ในประเทศนั่น  เหตุนั้น (ประเทศนั่น) ชื่อว่าเป็นที่อยู่อาศัย
              (แห่งภิกษุ ท.)
          ค.  สุเขน  ภริยตีติ  สุภโร  ฯ  เป็น  กัมมรูป  กัมมสาธนะ  ลง  ข  ปัจจัย  แปลว่า
              (ผู้ใด)  อันเขาเลี้ยงได้โดยง่าย  เหตุนั้น  (ผู้นั้น)  ชื่อว่า  ผู้อันเขาเลี้ยงได้โดยง่าย

๖.   สมาสในภาษาบาลี  ว่าโดยกิจ  มี  ๒  อย่าง  คือ  สมาสที่ท่านลบวิภัตติเสียแล้ว  เรียกว่า
     ลุตฺตสมาโส  สมาสที่ท่านยังมิได้ลบวิภัตติ  เรียกว่า  อลุตฺตสมาโส  ว่าโดยชื่อ  มี  ๖  อย่าง  คือ
     กมฺมธารโย,  ทิคุ,  ตปฺปุริโส,  ทวนฺทโว,  อพฺยยีภาโว,  พหุพฺพิหิ  ฯ
     อสโม  เป็น  พหุพฺพิหิสมาโส  มีรูปวิเคราะห์ว่า  นตฺถิ  ตสฺส  สโมติ  อสโม
     ธมฺมจกฺกํ  เป็น  กมฺมธารยสมาโส  อวธารณปุพฺพปโท  มีรูปวิเคราะห์ว่า
                         ธมฺโม  เอว  จกฺกํ  -  ธมฺมจกฺกํ
     นิทฺทรถํ  เป็น  อพฺยยีภาวสมาโส  อุปสคฺคปุพฺพก  มีรูปวิเคราะห์ว่า  ทรถสฺส  อภาโว  นิทฺทรถํ  ฯ

๗.   ตทัสสัตถิตัทธิต  มีปัจจัย  ๙  ตัว  คือ     วี,  ส,  สี,  อิก,  อี,  ร,  วนฺตุ,  มนฺตุ,  ณ
      รูปวิเคราะห์ข้างท้ายนี้  เป็น  ตัทธิต  ลงปัจจัย  และแปล  ดังนี้  คือ
          ๑.  ทฺวาเร  นิยุตฺโต  โทวาริโก  ฯ  เป็น  ตรัตยาทิตัทธิต  ลง  ณิก  ปัจจัย  แปลว่า
              (ชน)  ประกอบในประตู  ชื่อว่าทวาริกะ  (ผู้ประกอบในประตู)
          ๒.  อภิชฺฌา  อสฺส  ปกติ  อภิชฺฌาลุ  ฯ  เป็น  พหุลตัทธิต  ลง  อาลุ  ปัจจัย  แปลว่า
              อภิชฌา  เป็นปกติ  ของชนนั้น  (ชนนั้น)  ชื่อว่ามีอภิชฌา  เป็นปกติ
          ๓.  มธุ  อสฺส  อตฺถีติ  มธุโร  ฯ  เป็น  ตทัสสัตถิตัทธิต  ลง  ร  ปัจจัย  แปลว่า
              น้ำผึ้งของขนมนั้น  มีอยู่  เหตุนั้น  (ขนมนั้น)  ชื่อว่า  มีน้ำผึ้ง  (มีรสหวาน)  ฯ