เฉลยปัญหา ( ข้อสอบ ) บาลีไวยากรณ์
ประจำปี ๒๕๓๗
๑. ได้ตอบประโยคคำถาม ดังต่อไปนี้ ตามแบบ คือ
ก. ลักษณะที่ประกอบพยัญชนะซ้อนกันได้นั้น คือ ในพยัญชนะวรรคทั้งหลาย
พยัญชนะที่ ๑ ซ้อนหน้า พยัญชนะที่ ๑ และ ที่ ๒ ในวรรคของตนได้
พยัญชนะที่ ๓ ซ้อนหน้า พยัญชนะที่ ๓ และ ที่ ๔ ในวรรคของตนได้
พยัญชนะที่ ๕ สุดวรรค ซ้อนหน้า พยัญชนะในวรรคของตนได้ทั้ง ๕ ตัว
ยกเสียแต่ตัว ง ซึ่งเป็นตัวสะกดอย่างเดียว มิได้มีสำเนียงในภาษาบาลี
ซ้อนหน้าตัวเองไม่ได้ ฯ
ข. ในบาลีภาษา มีวิธีต่อศัพท์และอักขระ ให้เนื่องกันด้วยอักขระ เพื่อประโยชน์จะย่น
อักขระให้น้อยลง เป็นอุปการะในการแต่งฉันท์ และให้คำพูดสละสลวย ฯ
เอตทโวจ เป็นอาเทสนิคคหิตสนธิ ตัดเป็น เอตํ - อโวจ ถ้าสระอยู่เบื้องปลาย
แปลงนิคคหิต ม และ ท ต่อเป็น เอตทโวจ ฯ
ตสฺมาติห เป็นอาคมพยัญชนะสนธิ ตัดเป็น ตสฺมา - อิห ลง ต อาคม
ต่อเป็น ตสฺมาติห
๒. ได้เติมข้อความที่ถูกต้องตามแบบ ลงในช่องว่าง ในข้อความดังต่อไปนี้ คือ
ก. นามศัพท์ ในบาลีภาษานั้น ท่านแบ่งเป็นลิงค์ ๓ คือ
ปุ ํลิงฺคํ เพศชาย ๑, อิตฺถีลิงฺคํ เพศหญิง ๑, นปุ ํสกลิงฺคํ มิใช่เพศชายมิใช่เพศหญิง ๑
ข. ศัพท์ที่เป็นเครื่องกำหนดนับนามนามชื่อ สังขยา แบ่งเป็น ๒ คือ
ปกติสังขยา ๑, ปูรณสังขยา ๑ ฯ
๓. สัพพนามเป็นนามสำหรับใช้แทนนามนามที่ออกชื่อมาแล้ว เพื่อจะไม่ให้ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ
ซึ่งไม่เพราะหู แบ่งเป็น ๒ อย่าง คือ ปุริสสัพพนาม ๑, วิเสสนสัพพนาม ๑ ฯ
ต เป็น ปฐมปุริส หรือ ประถมบุรุษ (ชายที่ ๑) และเป็น นิยมวิเสสนสัพพนาม ฯ
เอกจฺจ เป็น อนิยมวิเสสนสัพพนาม ฯ
อมุ เป็น นิยมวิเสสนสัพพนาม ฯ
๔. กิริยาศัพท์ที่ประกอบด้วย วิภัตติ กาล บท วจนะ บุรุษ ธาตุ ดังนี้ จัดเป็น วาจก คือ
กล่าวบทที่เป็นประธานของกิริยา แบ่งเป็น ๕ อย่างคือกัตตุวาจก ๑, กัมมวาจก ๑, ภาววาจก ๑,
เหตุกัตตุวาจก ๑, เหตุกัมมวาจก ๑ ฯ วาจกทั้ง ๕ นี้ กุลบุตรจะกำหนดได้แม่นยำ ก็เพราะ
อาศัยปัจจัยที่ประกอบ เป็น เครื่องกำหนด ฯ
๕. รูปวิเคราะห์ข้างท้ายนี้ เป็นรูป สาธนะ ปัจจัย และแปลว่า ดังนี้ คือ
ก. ภิกฺขติ สีเลนา - ติ ภิกฺขุ เป็น กัตตุรูป กัตตุสาธนะ ลงในตัสสีละ ลง รู ปัจจัย
แปลว่า (ผู้ใด) ย่อมขอ โดยปกติ, เหตุนั้น (ผู้นั้น) ชื่อว่าผู้ขอโดยปกติ ฯ
ข. ทาตพฺพนฺ - ติ เทยฺยํ เป็นกัมมรูป กัมมสาธนะ ลง ณฺย ปัจจัย
แปลว่า (สิ่งใด) อันเขา พึงให้, เหตุนั้น (สิ่งนั้น) ชื่อว่าอันเขาพึงให้ ฯ
๖. กัมมธารยสมาส กับ ทิคุสมาส ต่างกันดังนี้ คือ
นามศัพท์ ๒ บท มีวิภัตติและวจนะเป็นอย่างเดียวกัน บทหนึ่งเป็นประธาน คือเป็น นามนาม
บทหนึ่งเป็นวิเสสนะ คือ เป็นคุณนาม หรือ เป็น คุณนามทั้ง ๒ บท มีบทอื่นเป็นประธาน
ที่ท่านย่อเข้าเป็นบทเดียวกัน ชื่อ กัมมธารยสมาส ๆ นั้นมี ๖ อย่าง คือ วิเสสนปุพฺพปโท ๑,
วิเสสนุตฺตรปโท ๑, วิเสสโนภยปโท ๑, วิเสสโนปมปโท ๑, สมฺภาวนปุพฺพปโท ๑,
อวธารณปุพฺพปาโท ๑ ฯ
กัมมธารยสมาสมีสังขยาอยู่ข้างหน้าชื่อ ทิคุสมาส ๆ นั้นมี ๒ คือ สมาหาโร ๑, อสมาหาโร ๑
สพฺพรตฺติโสภโณ (จันโท) เป็น ทุติยาตัปปุริสสมาส รูปวิเคราะห์ว่า
สพฺพรตฺตึ โสภโณ - สพฺพรตฺติโสภโณ (จันโท) ฯ
อาคตสมโณ (อาราโม) เป็น ทุติยาพหุพพิหิสมาส
อาคตา สมณา ยํ โส อาคตสมโณ (อาราโม) ฯ
๗. ตทัสสัตถิตัทธิต มีปัจจัย ๙ ตัว คือ วี, ส, สี, อิก, อี, ร, วนฺตุ, มนฺตุ, ณ ฯ
มธุโร ลง ร ปัจจัย ใน ตทัสสัตถิตัทธิต รูปวิเคราะห์ว่า มธุ อสฺส อตฺถี - ติ มธุโร
แปลว่า น้ำผึ้ง ของขนมนั้น มีอยู่ เหตุนั้น (ขนมนั้น) ชื่อว่ามีน้ำผึ้ง (มีรสหวาน) ฯ
อฑฺฒเตยฺโย ลง ติย ปัจจัย ใน ปูรณตัทธิต รูปวิเคราะห์ว่า อฑฺเฒน ตติโย อฑฺฒเตยฺโย
แปลว่า ที่ ๓ ทั้งกึ่ง ชื่อว่า อัฑฒเตยยะ ( ๒ กับ ครึ่ง )