สอบวันที่  ๒๕  กุมภาพันธ์  ๒๕๓๘

๑.   บาลีไวยากรณ์นี้  แบ่งเป็น...............ภาคก่อนคือ........................................... ฯ
๒.   คำพูดที่ท่านจัดเป็นลิงค์  และ  วจนะ  ดังนี้นั้นต้องอาศัย.................ช่วยอุปถัมภ์ ฯ
      วิภัตตินั้นมี.............ตัว  แบ่งเป็น........................  ฯ
๓.   อุปสัคนั้น  สำหรับใช้.................นาม และกิริยา  ให้....................ขึ้น ฯ
       นิบาต นั้นสำหรับลง...............นามศัพท์บ้าง  กิริยาศัพท์บ้าง ฯ
       ปัจจัยนั้น  ลงท้าย.................เป็นเครื่องหมาย.............. ฯ
๔.   ศัพท์กล่าวกิริยาคือ.................เป็นต้นว่า...........................ชื่อว่า.......................
       ใน................ท่านประกอบ...........................................................ให้ชัดเจน ฯ
๕.   กิตก์นั้น  แบ่งออกเป็น.................ก่อน คือ เป็น......................อย่าง ๑
       เป็น..................อย่าง ๑  กิตก์ทั้ง........อย่างนี้  ล้วนมี...............เป็นที่ตั้งทั้งสิ้น ฯ
๖.   สมาสในภาษาบาลี  ว่าโดยกิจมี........อย่าง  คือ  สมาส...................เสียแล้ว
       เรียกว่า..................สมาส.............................วิภัตติ  เรียกว่า..........................ฯ
๗.   ตัทธิตนั้น  โดยสังเขปแบ่งออกเป็น....................คือ........................................ฯ


ให้เวลา ๓ ชั่วโมง




เฉลยปัญหา  ( ข้อสอบ )  บาลีไวยากรณ์
ประจำปี  ๒๕๓๘

๑.   บาลีไวยากรณ์นี้  แบ่งเป็น  ๔  ภาคก่อนคือ
       อักขรวิธี ๑    วจีวิภาค ๑    วากยสัมพันธ์ ๑  ฉันทลักษณะ ๑

๒.   คำพูดที่ท่านจัดเป็นลิงค์  และ  วจนะ  ดังนี้นั้นต้องอาศัย  วิภัตติ  ช่วยอุปถัมภ์ ฯ
      วิภัตตินั้นมี  ๑๔  ตัว  แบ่งเป็น  เอกวจนะ  ๗  พหุวจนะ  ๗   ดังนี้
                                              เอกวจนะ              พหุวจนะ
                  ปฐมา      ที่ ๑               สิ                        โย
                  ทุติยา      ที่ ๒               อํ                        โย
                  ตติยา      ที่ ๓               นา                       หิ
                  จตุตฺถี      ที่ ๔               ส                         นํ
                  ปัญฺจมี     ที่ ๕             สฺมา                       หิ
                  ฉฏฺฐี        ที่ ๖               ส                         นํ
                  สตฺตมี      ที่ ๗             สฺมึ                         สุ

๓.   อุปสัคนั้น  สำหรับใช้  นำหน้า  นาม และกิริยา  ให้  วิเศษ  ขึ้น ฯ  นิบาตนั้น
       สำหรับลงในระหว่าง  นามศัพท์บ้าง  กิริยาศัพท์บ้าง ฯ  ปัจจัยนั้นลงท้าย  นามศัพท์
       เป็นเครื่องหมาย  วิภัตติ  บ้าง  ลงท้าย  ธาตุ  เป็นเครื่องหมาย  กิริยา  บ้าง  ฯ

๔.   ศัพท์กล่าวกิริยาคือ ความทำ เป็นต้นว่า  ยืน เดิน  นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูด คิด
       ชื่อว่า  อาขยาต  ในอาขยาตท่านประกอบ  วิภัตติ  กาล  บท  วจนะ  บุรุษ  ธาตุ
       วาจก  ปัจจัย   เพื่อเป็น  เครื่องหมายเนื้อความ  ให้ชัดเจน ฯ

๕.   กิตก์นั้น แบ่งออกเป็น  ๒  ก่อนคือเป็น นามศัพท์ อย่าง ๑ เป็น กิริยาศัพท์ อย่าง ๑
      กิตก์ทั้ง   ๒  อย่างนี้  ล้วนมี  ธาตุ  เป็นที่ตั้งทั้งสิ้น ฯ

๖.   สมาสในภาษาบาลี  ว่าโดยกิจมี  ๒  อย่าง  คือ  สมาส  ที่ท่านลบวิภัตติ  เสียแล้ว
      เรียกว่า  ลุตฺตสมาโส  สมาส  ที่ท่านยังไม่ได้ลบวิภัตติ  เรียกว่า  อลุตฺตสมาโส    ฯ

๗.   ตัทธิตนั้น   โดยสังเขปแบ่งออกเป็น  ๓  คือ
       สามญฺญตทฺธิตํ ๑    ภาวตทฺธิตํ ๑    อพฺยยตทฺธิตํ ๑  ฯ
เฉลยปัญหา(ข้อสอบ)
ประโยค ๑ - ๒
วิชาบาลีไวยากรณ์ พ.ศ. ๒๕๓๘
อักษรสีเหลือง - ปัญหา , อักษรสีขาว - เฉลย
Free Counters
Free Counters
สถิติการเข้าชม