สอบวันที่  ๒๒  กุมภาพันธ์  ๒๕๔๑

๑.   ในเบื้องต้น  ผู้ศึกษาบาลี  จำต้องมีความเข้าใจในเรื่องของไวยากรณ์ให้ดีเสียก่อน
      อยากทราบว่า   อักขรวิธี  ว่าด้วยอะไร  จัดเป็น  ๒  อย่าง  มีอะไรบ้าง
      ในแต่ละอย่าง  กล่าวถึงเรื่องอะไร ?
๒.  ในพยัญชนะสนธิ  ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร  อะไรบ้าง  อิจฺเจวํ  เป็นสนธิอะไร
      ตัดและต่อ  อย่างไร ?
๓.  จงตอบคำถามต่อไปนี้
       ก.   นามศัพท์ในภาษาบาลีนั้น  ท่านแบ่งเป็นกี่ลิงค์  อะไรบ้าง ?
       ข.   ลิงค์ที่จัดตามสมมตินั้นท่านหมายความว่าอย่างไร  ยกอุทาหรณ์มาดูด้วย ?
       ค.   จงยกตัวอย่างนามนามที่เป็นลิงค์เดียวมาดูอย่างละ  ๕  ศัพท์ ?
๔.  จงตอบคำถามต่อไปนี้
       ก.  วิภัตติอาขยาต  เป็นเครื่องหมายให้รู้อะไร ?
       ข.  วิภัตติอาขยาต  จัดเป็นกี่หมวด  และในหมวดนั้น ๆ  บอกกาลอะไร ?
๕.  ปัจจัยที่สำหรับประกอบนามกิตก์นั้น  จัดเป็นกี่พวก
      และแต่ละพวกมีปัจจัยอะไรบ้าง ?
๖.  สัมภาวนบุพพบท  กับ  อวธารณบุพพบท  กัมมธารยสมาส
      ท่านแสดงลักษณะของบทหน้าและ บทหลังต่างกันอย่างไร
      จงยกตัวอย่างมาประกอบด้วย ?
๗.  ในโคตตตัทธิต  มีปัจจัยกี่ตัว  อะไรบ้าง  ปัจจัยเหล่านั้น
      เมื่อลงแล้วต้องทำอย่างไรบ้าง ?


ให้เวลา ๓ ชั่วโมง




เฉลยปัญหา  ( ข้อสอบ )  บาลีไวยากรณ์
ประจำปี  ๒๕๔๑

๑.   อักขรวิธี ว่าด้วยอักษร จัดเป็น ๒ อย่าง  คือ
        สมัญญาภิธาน  แสดงชื่ออักษรที่เป็น สระ  และ พยัญชนะพร้อมทั้งฐานกรณ์ ๑
        สนธิ  ต่ออักษรที่อยู่ในคำอื่นให้เนื่องเป็นอันเดียวกัน ๑  ฯ

๒.   ในพยัญชนะสนธิ  ได้สนธิกิริโยปกรณ์  ๕  คือ  โลโป  ลบ ๑  อาเทโส  แปลง ๑
       อาคโม  ลงตัวอักษรใหม่ ๑  ปกติ  ปรกติ ๑  สญฺโญโค  ซ้อนพยัญชนะ ๑
       อิจฺเจวํ  เป็นอาเทสสนธิ  ตัดเป็น  อิติ - เอวํ
       ถ้าสระอยู่หลังแปลง  ติ  ที่ท่านทำเป็น  ตฺย  แล้ว ให้เป็น  จฺจ  ต่อเป็น  อิจฺเจวํ  ฯ

๓.   ได้ตอบคำถามต่อไปนี้
       ก.  นามศัพท์ในภาษาบาลีนั้นท่านแบ่งเป็น  ๓  ลิงค์  คือ  ปุ ํลิงฺคํ  เพศชาย ๑
            อิตฺถีลิงคํ  เพศหญิง ๑  นปุ ํสกลิงคํ  มิใช่เพศชายมิใช่เพศหญิง ๑  ฯ
       ข.  ลิงค์ที่จัดตามสมมตินั้น  หมายความว่า  เหมือนหนึ่งกำเนิดสตรี  สมมติให้
            เป็นปุงลิงค์ และของที่ไม่มีวิญญาณสมมติให้เป็นปุงลิงค์  และอิตถีลิงค์
                      อุทาหรณ์  ทาโร  เมีย  สมมติให้เป็น  ปุงลิงค์
                                      ปเทโส  ประเทศ  สมมติให้เป็น  ปุงลิงค์
                                      ภูมิ  แผ่นดิน  สมมติให้เป็น  อิตถีลิงค์
       ค.  ได้ยกตัวอย่างนามนามที่เป็นลิงค์เดียว  อย่างละ  ๕  ศัพท์  ดังนี้คือ
             ปุงลิงค์           ๑.  อมโร  เทวดา  ๒.  อาทิจฺโจ  พระอาทิตย์
                                  ๓.  อินฺโท  พระอินทร์  ๔.  อีโส  คนเป็นใหญ่  ๕.  อุทฺธิ  ทะเล
             อิตถีลิงค์         ๑.  อจฺฉรา  นางอัปสร  ๒.  อาภา  รัศมี  ๓.  อิทฺธิ  ฤทธิ์
                                  ๔.  อีสา  งอนไถ  ๕.  อุฬุ  ดวงดาว
             นปุงสกลิงค์    ๑.  องฺคํ  องค์  ๒.  อารมฺมณํ  อารมณ์  ๓.  อิณํ  หนี้
                                  ๔.  อีริณํ  ทุ่ง (นา )   ๕.  อุทกํ  น้ำ

๔.  จงตอบคำถามต่อไปนี้
    ก.  วิภัตติอาขยาต  เป็นเครื่องหมายให้รู้  กาล  บท  วจนะ  บุรุษ  ฯ
    ข.  วิภัตติอาขยาต  จัดเป็น  ๘  หมวด  และในหมวดนั้น ๆ  บอกกาลดังนี้  คือ
        หมวดวัตตมานา        บอก      ปัจจุบันกาล
        หมวดปัญจมี             บอก      ตวามบังคับ  ความหวัง  ความอ้อนวอน
        หมวดสัตตมี              บอก      ความยอมตาม  ความกำหนด  ความรำพึง
        หมวดปโรกขา          บอก      อดีตกาลล่วงแล้วไม่มีกำหนด
        หมวดหิยัตตนี           บอก      อดีตกาลล่วงแล้ววานนี้
        หมวดอัชชัตตนี         บอก      อดีตกาลล่วงแล้ววันนี้
        หมวดภวิสสันติ         บอก      อนาคตกาลของปัจจุบัน
        หมวดกาลาติปัตติ      บอก      อนาคตกาลของอดีต

๕.  ปัจจัยที่สำหรับประกอบนามกิตก์นั้น  จัดเป็น  ๓  พวก  คือ
          หมวด  กิตปัจจัย          มีปัจจัย  ๕  ตัว  คือ    กฺวิ  ณี  ณฺวุ  ตุ  รู
          หมวด  กิจจปัจจัย        มีปัจจัย  ๒  ตัว  คือ    ข  ณฺย
          หมวด  กิตกิจจปัจจัย    มีปัจจัย  ๗  ตัว  คือ    อ  อิ  ณ  ตเว  ติ  ตุ ํ  ยุ

๖.  สัมภาวนบุพพบท  กับ  อวธารณบุพพบท  กัมมธารยสมาส
      ท่านแสดงลักษณะของบทหน้า  และ  บทหลังต่างกันดังนี้  คือ 
         สัมภาวนบุพพบท
         มีบทหน้าอันท่านประกอบด้วย  อิติ  ศัพท์  บทหลังเป็นประธาน   ดังนี้
                ขตฺติโย (อหํ)  อิติ  มาโน - ขตฺติยมาโน    มานะว่า (เราเป็น) กษัตริย์
                สตฺโต  อิติ  สญฺญา - สตฺตสญฺญา              ความสำคัญว่าสัตว์
         อวธารณบุพพบท
         มีบทหน้าอันท่านประกอบด้วย  เอว  ศัพท์  (เพื่อจะห้ามเนื้อความอันอื่นเสีย)
                ปญฺญา  เอว  ปโชโต - ปญฺญาปโชโต     (ประทีป)  อันโพลงทั่วคือปัญญา
                พุทฺโธ  เอว  รตนํ - พุทฺธรตนํ               รัตนะคือพระพุทธเจ้า

๗.  ในโคตตตัทธิต  มีปัจจัย  ๘  ตัว  คือ  ณ  ณายน  ณาน  เณยฺย  ณิ  ณิก  ณว  เณร 
     ปัจจัยเหล่านั้น  เมื่อลงแล้วต้องทำอย่างนี้  คือ  ถ้าสระอยู่หน้าศัพท์เป็นรัสสะล้วน
     ไม่มีพยัญชนะ  สังโยคอยู่เบื้องหลังต้องพฤทธิ์  คือ  ทีฆะ  อ  เป็น  อา,  วิการ  อิ 
     เป็น  เอ,  อุ  เป็น  โอ  เว้นไว้  แต่สระที่อยู่หน้าศัพท์เป็นรัสสะ มีพยัญชนะสังโยค
     อยู่เบื้องหลังหรือเป็นทีฆะ  ไม่ต้อง  พฤทธิ์  และ  พยัญชนะคือ  ณ  ต้องลบเสีย
     คงไว้แต่สระที่  ณ  อาศัยและสระพยัญชนะอื่น ๆ  ฯ
เฉลยปัญหา(ข้อสอบ)
ประโยค ๑ - ๒
วิชาบาลีไวยากรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๑
อักษรสีเหลือง - ปัญหา , อักษรสีขาว - เฉลย
Free Counters
Free Counters
สถิติการเข้าชม